พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ ยินดีต้อนรับ Welcome to RTAF Museum, 8 a.m.- 4 p.m. everyday (except public holidays), 0 2534 1853
แนะนำสถานที่
การจัดแสดง
ประวัติ
การบริการ

 

อาคาร ๔ (Building 4)
 

Building 4

อาคาร ๔


ชุดบิน
ห้องปรับบรรยาอากาศความดันต่ำ
พัสดุพิพิธภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่จัดแสดงในอาคาร ๔

อาคาร ๔
จัดแสดงพัสดุสันติภัณฑ์
เครื่องแบบทหารอากาศ
เครื่องหมายยศ,สังกัด
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ยุทธภัณฑ์สายสรรพาวุธ
อุปกรณ์การบิน
ห้องปรับอากาศความดันต่ำ
เครื่องฝึกบินจำลอง
แบบจำลองเครื่องบินเล็ก อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

 

 

 

เครื่องบินจำลองขนาดเล็ก
เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์
การบินเดินทางไปอินเดียของเครื่องบินบริพัตร์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อาวุธ เครื่องแบบทหารอากาศ
 

ห้องปรับบรรยากาศความกดดันต่ำ (Hypobaric Chamber)

พ.ศ.๒๕๑๔ ทอ.ได้รับห้องปรับบรรยากาศความกดดันต่ำ ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอุปกรณ์การฝึกทางสรีรวิทยาการบิน ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ฝึกสำหรับผู้ทำการในอากาศให้เกิดประสบการณ์ต่อการบินสูงในระดับ ๒๕,๐๐๐ ฟิตขึ้นไป ให้รู้จักวิธีป้องกัน และสามารถแก้ไขช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สายแพทย์ จึงได้ติดตั้งไว้ที่ สวบ.พอ.และใช้ทำการทดสอบผู้ทำการในอากาศ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๖

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ทอ.ได้จัดหาซื้อเครื่องใหม่มาทดแทน เนื่องจากมีอายุการใช้งานมานาน แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา จึงได้มอบให้พิพิธภัณฑ์ของ ทอ.ไว้จัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป

ผู้รับการฝึก คือ ผู้ทำการในอากาศ ทั้ง ทอ., ทบ., ทร. และในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น นักบิน, ต้นหน, ช่างอากาศ, จนท.สื่อสาร, จนท.ถ่ายรูป, จนท.ขสอ., สจ๊วต, แอร์โฮสเตส และศิษย์การบิน

ห้องปรับบรรยากาศ ฯ แบ่งชุดทำงานเป็น ๓ ส่วน คือ
๑. ส่วนที่ ๑ เป็นห้องฝึกผู้ทำการในอากาศ จุได้ ๑๔ คน
๒. ส่วนที่ ๒ เป็นห้องฝึกผู้ทำการในอากาศ จุได้ ๔ คน สำหรับฝึกในกรณีฉุกเฉิน
๓. ส่วนภายนอกสำหรับ จนท.ควบคุมในการฝึก

การทำงาน
๑. ผู้รับการฝึก อยู่ในส่วนที่ ๑ พร้อมผู้ควบคุม ๒ คน
๒. จนท.ควบคุม ฯ ที่อยู่ภายนอกจะทำการอธิบายให้ผู้รับการฝึกเข้าใจการปฏิบัติตน เมื่ออยู่ในสภาพบรรยากาศความกดดันต่ำ และ จนท.จะเป็นผู้ปรับสภาพบรรยากาศภายในห้องส่วนที่ ๑ ให้เท่ากับระดับความสูง เมื่อทำการบินจริง คือประมาณตั้งแต่ ๒๕,๐๐๐ - ๓๔,๐๐๐ ฟิต โดย จนท.ควบคุม ฯ จะแจกแบบฝึกหัดให้ผู้ทำการฝึกทดสอบ (ตามปกติระดับความสูง ตั้งแต่ ๒๕,๐๐๐ - ๓๔,๐๐๐ ฟิต ผู้รับการฝึกสามารถทนต่อบรรยากาศที่มีความหนาแน่นของอากาศที่เบาบาง ประมาณ ๓ - ๕ นาที โดยไม่ต้องใช้อ๊อกซิเจนช่วยในการหายใจ ถ้าความสูงในระดับตั้งแต่ ๓๕,๐๐๐ ฟิต สามารถทนได้ ๑ - ๒ นาที) จนกว่าความหนาแน่นของอากาศเบาบาง การทำงานของสมองจะไม่สั่งงานจะรู้ได้ โดยผู้รับการฝึกมีอาการตาเหม่อลอย มือไม่ทำงาน ซึ่งผู้รับการฝึกต้องฝึกการนำหน้ากากหายใจครอบจมูกช่วยในการหายใจ เพื่อให้เกิดความชำนาญหากช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จนท. ควบคุม ฯ จะเป็นผู้ดูแล ถึงแม้จะมีความชำนาญแล้วก็ตาม แต่ทางราชการยังกำหนดให้ต้องทำการทดสอบอีกในทุก ๆ ๓ ปี
๓. ส่วนที่ ๒ ที่จุได้ ๔ คน จะได้ใช้กรณีฉุกเฉิน โดยการเพิ่มหรือลดสภาพความกดดันต่ำทันทีทันใด (ตามปกติความกดอากาศระดับจากพื้นดินถึงระดับความสูง ๘,๐๐๐ ฟิต ไม่ต้องใช้อ๊อกซิเจนช่วยในการหายใจ) จนท.ควบคุม ฯ จะปรับสภาพบรรยากาศความกดดันให้เท่ากับระดับความสูง ๘,๐๐๐ ฟิต ในขณะที่ส่วนที่ ๑ มีระดับความสูงที่ ๓๔,๐๐๐ ฟิตนั้น จนท.ควบคุม ฯ จะปรับสภาพความดันอากาศจากส่วนที่ ๒ ซึ่งมีความกดดันสูง มายังส่วนที่ ๑ ซึ่งมีความกดดันต่ำ อย่างรวดเร็วทันทีทันใด ทำให้สภาพบรรยากาศทั้ง ๒ ส่วนอยู่ในความสูงระดับเท่ากับ ๒๒,๐๐๐ ฟิต ผู้ควบคุมจะทำการสังเกตผู้เข้ารับการฝึกว่ามีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างไรในสภาพบรรยากาศขณะนั้น และ จนท.ควบคุม ฯ จะแนะนำให้นำหน้ากากหายใจสวมเพื่อช่วยในการหายใจ หากผู้รับการฝึกหมดสติ ผู้ควบคุมจะทำการช่วยเหลือทันทีด้วยการปรับบรรยากาศให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งในการบินกับ บ.ที่มีความเร็วสูง ระดับความสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เช่น การบินผาดแผลง เป็นต้น ส่วนมากในส่วนที่ ๒ นี้จะทำการฝึกทดสอบนักบิน หรือครูการบิน เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ควบคุมการบิน จึงต้องทำการฝึกให้เกิดความชำนาญ เพื่อสามารถแก้ไขสถานการณ์ในกรณีฉุกเฉินได้

ข้อห้าม
๑ ห้ามทาเล็บ ทาลิปสติก เพราะถ้าผู้รับการฝึกเกิดอากาศขาดอ๊อกซิเจน ปากและเล็บจะมีสีเขียว ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ไม่สามารถทราบ และอาจเกิดอันตราย
๒. ห้ามสูบบุหรี่

 

ติดต่อผู้จัดทำเว็บไซต์ที่
sakpinit@hotmail.com