พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ ยินดีต้อนรับ, ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.ทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) Welcome to RTAF Museum, 8 a.m.- 4 p.m. everyday (except public holidays), Tel.0 2534 1853
แนะนำสถานที่
การจัดแสดง
ประวัติ
การบริการ


อาคาร ๕ (Building 5)

Building 5


อาคาร ๕ จัดแสดงเฮลิคอปเตอร์และขับไล่ใบพัดรุ่นสุดท้าย

Spitfire

Bearcat

UH-1N

 

Helicopters

 

Human power plane

 

 

Bearcat

บ.ข.๑๕
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๕
(Grumman F8F-1 Bearcat)

(พ.ศ.๒๔๙๔ - ๒๕๐๓)

 

พ.ศ.๒๔๙๔ กองทัพอากาศ ได้รับเครื่องบินขับไล่ แบบที่ ๑๕ (Bearcat F8F) ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่ใบพัดแบบสุดท้ายที่สร้างขึ้นในตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเป็นเครื่องบินขับไล่ใบพัดรุ่นสุดท้ายของ ทอ. มีสมรรถนะสูง รวมถึงการบินผาดแผลงได้คล่องแคล่ว
เคยประจำการใน กองบินน้อยที่ ๑, กองบินน้อยที่ ๒, กองบินน้อยที่ ๔, และกองบินน้อยที่ ๕

ประจำการใน ทอ. พ.ศ.๒๔๙๔ - ๒๕๐๓

ภารกิจและบทบาทของ บ.แบร์แคท
๑. สร้างชื่อเสียงเกียรติประวัติในการบินผาดแผลงหมู่ ๔ ครั้งแรกของ ทอ.ในงานแสดง การบินของ ทอ.รวม ๒ ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ และ พ.ศ.๒๔๙๖ โดยเฉพาะในปี พ.ศ.๒๔๙๖ ได้มีการแสดงบินหมู่ บ.ขับไล่ ครั้งใหญ่ที่สุดของ ทอ.โดยใช้ บ.ข.๑๕ (แบร์แคท) จำนวน ๓๒ เครื่อง
๒. เข้าฝึกร่วมกับ สปอ.ครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ และ พ.ศ.๒๕๐๐

ประเภท เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท กรัมมัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต R-2800-34W แพรทแอนด์วิทนีย์ ๒,๑๐๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๕ ฟุต ๖ นิ้ว
ยาว ๒๓ ฟุต ๓ นิ้ว
สูง ๑๓ ฟุต ๙ นิ้ว
น้ำหนักบรรทุก ๑๐,๐๐๐ ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๔๕๕ ไมล์/ชม.
อัตราเร็วเดินทาง ๒๑๙ ไมล์/ชม.
เพดานบิน ๔๒,๓๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๒,๒๐๐ ไมล์
อาวุธ ปืนใหญ่อากาศ ขนาด ๒๐ มม. จำนวน ๔ กระบอก ที่ปีกทั้งสองข้าง
ลูกระเบิดขนาด ๕๐๐ ปอนด์ จำนวน ๒ ลูก
จรวดขนาด ๕ นิ้ว ติดใต้ปีกข้างละลูก

ประจำการ พ.ศ.๒๔๙๔ - ๒๕๐๓

 

 

 

 

Spitfire

บ.ข.๑๔
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๔
(Supermarine Spitfire XIV)

(พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๔๙๗)

 

พ.ศ.๒๔๙๓ ทอ.ได้ซื้อ เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๔ (Spitfire) จากประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็น บ. ที่ดีที่สุดของอังกฤษในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ จำนวน ๓๐ เครื่อง ใช้ในภารกิจขับไล่ และตรวจการณ์ แต่ใช้งานได้เพียง ๔ ปี ก็ต้องประสบกับภาวะการขาดแคลนชิ้นอะไหล่ จึงต้องปลดประจำการ
ประจำการใน กองบินน้อยที่ ๑ และ กองบินน้อยที่ ๔

ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๔๙๗

บทบาทของ บ.สปิตไฟร์
ในกรณีกบฎแมนฮัดตัน เมื่อ ๒๙ มิ.ย.๒๔๙๔ จอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธานี ผบ.ทอ.ในขณะนั้น ได้สั่งให้นักบินนำ บ.ข.๑๔ และ บ.ฝ.๘ ไปทิ้งระเบิด เรือรบหลวงศรีอยุธยา ซึ่งจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ถูกควบคุมอยู่บนเรือจนกระทั่งเรือจม เมื่อปลดประจำการแล้ว ได้ตั้งแสดงใน พิพิธภัณฑ์ ทอ.จำนวน ๒ เครื่อง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ฯ ทรงพระราชทานให้พิพิธภัณฑ์เครื่องบินเมืองแคลมองค์ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน ๑ เครื่อง

ประเภท เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท วิกเกอร์อาร์มสตรองส์ ประเทศอังกฤษ
เครื่องยนต์ รอลสรอยส์ คริฟฟอน ๖๕-๒๘ กำลัง ๒,๐๕๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๖ ฟุต ๒ นิ้ว
ยาว ๓๒ ฟุต ๘ นิ้ว
สูง ๑๒ ฟุต ๘ นิ้ว
น้ำหนักบรรทุก ๘,๖๓๐ ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๔๔๒ ไมล์/ชม.
อัตราเร็วเดินทาง ๒๕๐ ไมล์/ชม.
เพดานบิน ๔๓,๐๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๑,๐๐๐ ไมล์
อาวุธ ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๕ นิ้ว ๒ กระบอก
ปืนกลอากาศ บราวนิ่ง ๐.๓๐๓ นิ้ว ๔ กระบอก
ลูกระเบิดใต้ปีก ขนาด ๕๐๐ ปอนด์ ๑ ลูก, ๒๕๐ ปอนด์ ๒ ลูก

ประจำการ พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๔๙๗ จำนวน ๓๐ เครื่อง
รับเครื่องแรกเมื่อ ๑๐ ธ.ค.๒๔๙๓ - ปลดประจำการ ๒๖ เม.ย.๒๔๙๘

 

 

 

 

UH-1N

ฮ.๖ ก
เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖
(UH-1H)

(พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๔๓)

 

พ.ศ.๒๕๑๙ ทอ.ได้ซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๖ (UH-1H) จากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน ๒ เครื่อง เป็น ฮ. ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์คู่ ในขณะที่ทำการบิน หากเครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง เกิดขัดข้องยังมีเครื่องยนต์อีกเครื่องหนึ่งใช้งานได้ และสามารถทำการบินต่อไปได้ โดยปลอดภัย และ ทอ. ได้จัดถวายเป็น ฮ. พระที่นั่งทดแทน ฮ.๖ เมื่อ ๑๐ พ.ค.๒๕๑๙ โดย พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเจิม ฮ. พระที่นั่ง(ฮ.๖ก) ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เคยประจำการใน กองบิน ๒

ประจำการใน ทอ. พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๔๓
หมายเหต - ทอ. จัดถวายเป็น ฮ. พระที่นั่ง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๕
- ทอ. จัดถวายเป็น ฮ. V.I.P. ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๕ - ๒๕๔๓

 

 

 

ติดต่อผู้จัดทำเว็บไซต์ที่
sakpinit@hotmail.com