| |
|
|

บ.ข.๑๖
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖
(F-84G Thunderjet)
(พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๐๖)
|
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖ (F-84G Thunderjet) เป็นเครื่องบินเจ็ตขับไล่แบบแรกของไทย
ทอ.ได้รับมอบเครื่องบินเจ็ตขับไล่ แบบ เอฟ-84 จี "ธันเดอร์เจ็ต" จำนวนหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อปลายปี ๒๔๙๙ เป็น บ.ประเภท ขับไล่-ทิ้งระเบิด มีระบบความปลอดภัยสูง
เมื่อเกิดฉุกเฉินสามารถดีดที่นั่งให้หลุดจากเครื่องบินได้ นอกจากนี้แล้วยังมีอุปกรณ์สำหรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้ด้วย
ประจำการใน กองบินน้อยที่ ๑ และ กองบินน้อยที่ ๔
ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๐๖
บทบาทของ บ.ข.๑๖
๑. เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ ทอ.สหรัฐอเมริกา ภาคแปซิฟิค ได้ทำการประลองอาวุธเครื่องบินขับไล่ระหว่างกองทัพอากาศของประเทศต่าง
ๆ ในเอเชีย ซึ่ง ทอ.ไทย ส่ง บ.ข.๑๖ เข้าร่วมประลองอาวุธ ในครั้งนี้ด้วย
๒. พ.ศ.๒๕๐๓ ทอ.ไทย ส่ง บ.ข.๑๖ ไปร่วมการแข่งขันยิงปืน ทิ้งระเบิดที่ประเทศฟิลิปปินส์
ประเภท เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท รีพับลิค
เอวิเอชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ต
แบบอัลลิสัน เจ-๓๕-เอ-๒๙ แรงขับ ๕,๖๐๐ ปอนด์ ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๖ ฟุต ๕ นิ้ว
ยาว ๓๘ ฟุต ๑ นิ้ว
สูง ๑๒ ฟุต ๗ นิ้ว
น้ำหนักรวมสูงสุด ๒๓,๕๒๕
ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๖๒๒ ไมล์/ชม.
เพดานบิน ๔๐,๕๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๒,๐๐๐ ไมล์
อาวุธ ปืนกลอากาศ ขนาด ๐.๕๐ นิ้ว คาลิเบอร์ ๖ กระบอก
(ติดที่หัว ๔ กระบอก และปีกข้างละ ๑ กระบอก)
ติดจรวดหรือระเบิดขนาดและชนิดต่างๆ รวมน้ำหนัก ๔,๐๐๐
ปอนด์
ประจำการ พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๐๖
|
| |
|
|

บ.ข.๑๗
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗
(F-86F Sabrejet)
(พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๑๕)
|
ในปี พ.ศ.๒๕๐๓ ทอ.ได้รับ เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ (F-86F) จำนวนหนึ่ง
จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็น บ.ขับไล่ ทิ้งระเบิด ติดจรวดอากาศสู่อากาศ
ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดแบบหนึ่งในประวัติศาสตร์การบินและการทหาร โดยสามารถพิชิตเครื่องบินมิก-๑๕
ได้ในอัตราส่วนถึง ๑๔ ต่อ ๑ กรณีสงครามเกาหลี เคยประจำการใน กองบิน ๑
และ กองบิน ๔
ประจำการใน ทอ. พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๑๕
ภารกิจและบทบาทของ บ.ข.๑๗
๑. ทำหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศ และสนับสนุนกำลังทางพื้นดินและทางทะเล
๒. ทอ.ได้ส่ง บ.ข.๑๗ ไปประลองการยิงปืนและทิ้งระเบิด (Flying Brothers)
ที่ ทอ.สหรัฐ ฯ และ ทอ.ฟิลิปปินส์ ได้จัดให้มีการประลองที่ ฐานทัพอากาศคล๊าค
ประเทศฟิลิปปินส์ ครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ และ ครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๐๖
ประเภท เครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิด ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท นอร์ทอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ตเยเนอราล อิเล็คตริก แบบไหลตามแกน J47-GE-27
ให้แรงขับ ๕,๙๑๐ ปอนด์ จำนวน ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๗ ฟุต ๑ นิ้ว
ยาว ๓๗ ฟุต ๖ นิ้ว
สูง ๑๔ ฟุต ๘ นิ้ว
น้ำหนักรวมสูงสุด ๑๗,๐๐๐ ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๖๑๐ ไมล์/ชม.
ที่ความสูง ๓๕,๐๐๐ ฟุต
อัตราไต่ ๙,๒๐๐ ฟุต/นาที
เพดานบิน ๕๐,๐๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๗๘๕ ไมล์ (เมื่อใช้ถังเชื้อเพลิงปลดทิ้งได้ขนาด
๑๒๐ แกลลอน ๒ ถัง)
อาวุธ ปืนกลอากาศ แบบ เอ็ม-๓ ขนาด ๐.๕๐ นิ้ว ๖ กระบอก
ลูกระเบิดทำลายหนัก ๒๕๐-๑,๐๐๐ ปอนด์หรือ
ลูกระเบิดนาปาล์มหนัก ๗๕๐ ปอนด์ ๑ ลูกหรือ
ลูกระเบิดสังหาร ๑๘ ลูกพร้อมทั้งแผงระเบิดหนัก ๕๔๐ ปอนด์ หรือจรวดยิงขนาด
๕ นิ้ว ๑๖ นัด
|
| |
|
|

บ.ข.๑๗ ก
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ ก
(F-86L Sabre)
(พ.ศ.๒๕๐๖- ๒๕๐๙)
|
พ.ศ.๒๕๐๖ ทอ.ได้รับเครื่องบินเจ็ตขับไล่สกัดกั้นทุกกาลอากาศ แบบ
F-86L จำนวน ๑๗ เครื่อง จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทางทหาร
เป็น บ.เจ็ตขับไล่ ที่มีอานุภาพยิ่งกว่า F-86 (บ.ข.๑๗) ที่ ทอ.ได้รับมาแล้ว
ซึ่ง ทอ.กำหนดแบบเครื่องบินเจ็ตขับไล่สกัดกั้น F-86L นี้ว่า "บ.ข.๑๗
ก" เคยประจำการใน บน.๑
ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๕๐๖
- ๒๕๐๙
ประเภท เครื่องบินขับไล่ ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท นอร์ธอเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ J47-GE-33 with
Afterburner ให้แรงขับ ๕,๕๕๐ ปอนด์ จำนวน ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๙ ฟุต ๑๑ นิ้ว
ยาว ๔๐ ฟุต ๓.๖ นิ้ว
สูง ๑๕ ฟุต
น้ำหนักบรรทุก ๑๘,๕๐๐ ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๖๔๖ ไมล์/ชม.
อัตราเร็วเดินทาง ๔๕๐ ไมล์/ชม.
เพดานบิน ๔๘,๐๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๑,๐๒๕ ไมล์
อาวุธ จรวด ๒.๗ นิ้ว จำนวน ๒๔ นัด
|
| |
|
|

บ.ข.๑๘
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘
(Northrop F-5A Freedom Fighter)
(พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๔๑)
|
เครื่องบินขับไล่แบบที่
๑๘ (บ.ข.๑๘)
(Northrop F-5 A Freedom Fighter)
(พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๔๑)
กองทัพอากาศ รับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยวแบบ
เอฟ-๕ เอ (Northrop F-5A Freedom Fighter) จากสหรัฐ ฯ จำนวน ๘ เครื่อง
กำหนดชื่อว่า บ.ข.๑๘ (เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘) ต่อมาในปี ๒๕๑๗ ได้รับมอบเพิ่มเติมอีก
๕ เครื่อง
ประเภท เครื่องบินขับไล่/ลาดตระเวน ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท นอร์ธรอป
แอร์คราฟ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ต
เยเนอรัล อิเล็คทริค J85-GE-13 ให้แรงขับเครื่องละ ๑,๒๓๓ กก. (๒,๗๒๐
ปอนด์) และ ๑,๘๕๐ กก. (๔,๐๘๐ปอนด์) เมื่อใช้สันดาปท้าย
กางปีก ๗.๗๐ เมตร
(๒๕ ฟุต ๓ นิ้ว)
ยาว ๑๔.๓๘ เมตร (๔๗ ฟุต
๒ นิ้ว)
สูง ๔.๐๑ เมตร (๑๓ ฟุต ๒ นิ้ว)
น้ำหนักเปล่า ๔,๗๑๐ กก.
(๑๐,๓๘๐ ปอนด์)
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด ๙,๒๕๐ กก. (๒๐,๓๙๐ ปอนด์)
อัตราเร็วสูงสุด ๑.๔๘ มัค
๑,๕๗๒ กม./ชม. (๙๗๗ ไมล์/ชม.)
อัตราไต่ ๓๓,๐๐๐ ฟุต/นาที
เพดานบิน ๑๕,๓๙๐ เมตร (๕๕,๐๐๐ ฟุต)
พิสัยบิน ๒,๕๔๓ กม. (๑,๕๘๐
ไมล์)
อาวุธ ปืนใหญ่อากาศ เอ็ม ๓๙ ขนาด ๒๐ มม. ๒ กระบอก
สามารถติดอาวุธได้รวม ๗ ตำบล เป็นน้ำหนัก ๒,๘๑๒ กก. (๖,๒๐๐ ปอนด์)
ประจำการ ได้รับ ๑๘ เครื่อง เมื่อ เม.ย.๒๕๐๙ ประจำการในฝูง ๑๐๓
บน.๑ โคราช
และ ฝูง ๒๓๑ อุดรธานี
|
| |
|
|

บ.ข.๑๘ ข
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ข
(F-5E Tiger 2)
(พ.ศ.๒๕๒๑ - ปัจจุบัน)
|
พ.ศ.๒๕๒๑ ทอ.ได้จัดซื้อเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพร้อมจรวดนำวิถี
อากาศสู่อากาศ แบบ F-5E จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่น
ที่นั่งเดียว ทุกกาลอากาศ ความเร็ว เหนือเสียง ทอ.กำหนดแบบเครื่องบิน
F-5E ว่า "เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ข (บ.ข.๑๘)" เคยประจำการ ใน บน.๑
ฯ, บน.๔ ฯ และปัจจุบันประจำการที่ บน.๒๑ ฯ และ บน.๗ ฯ
ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๕๒๑
- ปัจจุบัน
ประเภท เครื่องบินขับไล่ยุทธวิธี ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท นอร์ธอป แอร์คราฟท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ต เยเนอรัล อิเล็คทริค
J85-GE-21 ให้แรงขับเครื่องละ ๓,๕๐๐ ปอนด์ และ
๕,๐๐๐ ปอนด์ เมื่อใช้สันดาปท้าย จำนวน ๒ เครื่อง
กางปีก ๘.๑๓ เมตร (๒๖ ฟุต ๘ นิ้ว)
ยาว ๑๔.๖๘ เมตร (๔๘ ฟุต ๒ นิ้ว)
สูง ๔.๐๖ เมตร (๑๓ ฟุต ๔ นิ้ว)
น้ำหนักเปล่า ๔,๓๙๒ กก. (๙,๖๘๓ ปอนด์)
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด ๑๑,๑๘๗ กก. (๒๔,๖๖๔
ปอนด์)
อัตราเร็วสูงสุด ๑.๖๓ มัค ๑,๗๐๐ กม./ชม.
(๑,๐๕๖ ไมล์/ชม.)
อัตราไต่ ๓๔,๓๐๐ ฟุต/นาที
เพดานบิน ๑๕,๗๙๐ เมตร (๕๑,๘๐๐ ฟุต)
พิสัยบิน ๒,๘๖๓ กม. (๑,๗๗๙ ไมล์)
รัศมีทำการรบ ๑,๐๕๖ กม. (๖๕๖ ไมล์) เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็มที่
อาวุธ ปืนใหญ่อากาศ เอ็ม ๓๙ เอ-๒ ขนาด ๒๐
มม. ๒ กระบอก กระสุน ๒๘๐ นัด/กระบอก
สามารถติดอาวุธได้รวม ๗ ตำบล (นน.รวม ๓,๑๗๕ กก./๗,๐๐๐ ปอนด์)
ประจำการ ได้รับ ๑๓ เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๒๐
ประจำการในฝูง ๑๐๒ บน.๑ โคราช
ได้รับอีก ๑๓ เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๒๑ ประจำการในฝูง ๔๐๓ บน.๔ ตาคลี
|
| |
|
|

บ.ล.๑
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑
(Beechcraft C-45 Expediter)
(พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๕๑๔)
|
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑ (บ.ล.๑) (Beechcraft
C-45 Expediter)
(พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๕๑๔)
กองทัพอากาศ ได้ซื้อจากสหรัฐ ฯ หลังสงครามโลกครั้งที่
๒ จำนวน ๖ เครื่อง ราคาเครื่องละ ๓๒๕,๕๑๕.๖๐ บาท มีเชื่อเรียกว่า บ.ล.๑
(เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑)
|
| |
|
|

บ.ล.๒
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒
(Douglas C-47 Skytrain/Dakota)
(พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๕๓๔)
|
เครื่องบินลำเลียงแบบที่
๒ (บ.ล.๒) (Douglas C-47 Skytrain/Dakota)
(พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๕๓๔)
กองทัพอากาศ ซื้อต่อจากกองทัพอากาศอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่
๒ จึงเรียกชื่อเล่นตามแบบอังกฤษว่า "ดาโกต้า" (Dakota) และกำหนดแบบเป็น
บ.ล.๒ เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒) เข้าประจำการในระหว่างปี ๒๔๙๐ - ๒๔๙๖
จำนวน ๑๔ เครื่อง ต่อมากองทัพอากาศได้รับ บ.ล.๒ จากสหรัฐ ฯ อีกจำนวนหนึ่ง
เครื่องบินแบบนี้มีประวัติการใช้งานยาวนาน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับสหประชาชาติในสงครามเกาหลี
และสงครามเวียดนาม รวมทั้งปฏิบัติภารกิจเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง ภารกิจของ
บ.ล.๒ ในช่วงสุดท้ายก่อนปลดปาะจำการ คือทำฝนหลวง สนับสนุนโครงการพระราชดำริ
|
| |
|
|

บ.ล.๔
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔
(Fairchild C-123B Provider)
(พ.ศ.๒๕๐๗ - ๒๕๓๒)
|
เครื่องบินลำเลียงแบบที่
๔ (บ.ล.๔) (Fairchild C-123B Provider)
(พ.ศ.๒๕๐๗ - ๒๕๓๒)
สหรัฐ ฯ มอบเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางแบบ ซี-๑๒๓
บี (Fairchild C-123B Provider) ให้จำนวน ๘ เครื่อง กำหนดชื่อว่า บ.ล.๔
(เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔) ต่อมาได้รับเพิ่มเติมอีก ๑๔ เครื่อง
|
| |
|
|

ซากเครื่องบินขับไล่
Ki.27 OTSU
|
ซากเครื่องบินขับไล่แบบ Ki.27 OTSU
เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ ชาวประมงพบซากเครื่องบินบริเวณอ่าวไทย
ฝั่งตะวันออก ที่อำเภอหัวไทรจังหวัดนครศรีธรรมราช พบชิ้นส่วนของเครื่องบิน
เครื่องยนต์
และปืนกลอากาศ แบบวิกเกอร์ ขนาด ๗.๗ มิลลิเมตร (.๓๐ นิ้ว) จำนวน ๒ กระบอก
ซึ่งกรมช่างอากาศ ได้ตรวจสอบแล้วเป็นเครื่องบินแบบ Ki.27 OTSU ของประเทศญี่ปุ่น
ที่เข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๔๘๔ -
๒๔๘๘)
|