ภาพเขียนประวัติศาสตร์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จ ฯ ทอดพระเนตรการแสดงการบิน
|
วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๖
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
เสด็จ พระราชดำเนินยังโรงเก็บเครื่องบินที่สนามม้าสระปทุม และเมื่อทอดพระเนตรเครื่องบินแล้วได้เสด็จฯ
ออกประทับยังสนามเพื่อทอดพระเนตรการบิน โดยนายทหาร ๓ คน คือ นายพันโท
หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร และนายร้อยเอก ทิพย์
เกตุทัต ซึ่งต่อมาได้รับยกย่องเป็น "บุพการีทหารอากาศ"
|
|

บุพการีทหารอากาศ
นำเครื่องบินมาลงที่สนามบินดอนเมือง
เป็นครั้งแรก
|
วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๗
นายทหารทั้ง ๓ คน คือ
นายพันโท พระยาเฉลิมอากาศ นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร และ นายร้อยเอก
ทิพย์ เกตุทัต ได้นำเครื่องบิน บินจากสนามบินชั่วคราวที่สนามม้าสระปทุม
มาลงที่สนามบินดอนเมือง เป็นครั้งแรกเนื่องจาก ได้ทำการย้ายที่ตั้งจากสนามม้าสระปทุม
มาอยู่ที่ ตำบลดอนเมือง และทางราชการได้ใช้ประโยชน์จากสนามบินแห่งนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
|
|

กำลังทางอากาศยามสงบ
|
เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ
๑ (เบรเกต์ ๑๔) ซึ่งมีภารกิจเป็นเครื่องบินตรวจการณ์และทิ้งระเบิดในยามสงคราม
แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติในยามสงบได้โดยนำมาเป็นเครื่องบินขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศ
รวมทั้งดัดแปลงเป็นเครื่องบินพยาบาล ใช้ขนส่งแพทย์และเวชภัณฑ์
ตลอดจนรับผู้เจ็บป่วยที่อยู่ห่างไกล ให้ได้รับการรักษาพยาบาลได้ทันเวลาอีกด้วย
|
|

การบินเดินทางไปอินเดีย
|
วันที่ ๒๔
ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๒
ประเทศไทยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ ๒ (บริพัตร) จำนวน ๒ เครื่อง
เดินทางไปเยือนนิวเดลี เพื่อสร้างสัมพันธไมตรี ตามคำเชิญของรัฐบาลอินเดีย
โดยมี นายพันเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ เป็นหัวหน้าคณะ
นับเป็นการเดินทางไปต่างประเทศด้วยเครื่องบินที่ออกแบบและสร้างขึ้นเองโดยคนไทยเป็นครั้งแรก
|
|

ยุทธการทางอากาศเหนือบ้านยาง
(เรืออากาศเอก เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร)
|
วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔
ในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส (พ.ศ.๒๔๘๓-
๒๔๘๔) กองทัพอากาศ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๙ (ฮอร์ค ๒) จำนวน
๓ เครื่อง ขึ้นบินลาดตระเวนรักษาเขต โดยมี นายร้อยเอก เฉลิมเกียรติ
วัฒนางกูร เป็นหัวหน้าหมู่บิน ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณบ้านยาง
อำเภออรัญประเทศ พบเครื่องบินทิ้งลาดตระเวนของข้าศึกแบบโปเตซ์
๒๕ จำนวน ๑ เครื่อง และเครื่องบินขับไล่แบบโมราน ๔๐๖ จำนวน ๓ เครื่อง
เรืออากาศเอก เฉลิมเกียรติ ฯ จึงนำหมู่บินเข้าสกัดกั้นและยิงเครื่องบินลาดตระเวนของข้าศึกตก
|
|

ภารกิจ บ.จ.๒ ทิ้งระเบิดที่ศรีโสภณ
|
วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔
ในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส (พ.ศ.๒๔๘๓-๒๔๘๔) กองทัพอากาศ ส่งเครื่องบิน
โจมตีแบบ ๒ (นาโกย่า) จำนวน ๙ เครื่อง ไปปฏิบัติภารกิจโจมตีทิ้งระเบิดที่บ้านไพลิน
และบ้านศรีโสภณ โดยมีเครื่องบินขับไล่ แบบ ๑๑ ( Hawk 75 ) จำนวน
๓ เครื่อง บินคุ้มกัน การปฏิบัติการครั้งนี้ สร้างความเสียหายแก่ข้าศึกอย่างหนัก
และนับเป็นการปฏิบัติภารกิจทางอากาศครั้งสุดท้ายของการรบในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส
|
|

วีรกรรมกองบินน้อยที่ ๕
|
วันที่
๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔
เวลาเช้ามืด ญี่ปุ่นเปิดฉากสงครามมหาเอเชียบูรพา
โดยการยกพลขึ้นบกบริเวณอ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีชันธ์ เกิดปะทะกับกำลังฝ่ายทหารและพลเรือนของกองบินพลเรือนของกองบินน้อยที่
๕ ซึ่งทำการต่อสู้เพื่อป้องกันการบุกกรุกของข้าศึกอย่างกล้าหาญจนต้องสูญเสียกำลังพลทั้งทหารและพลเรือนจำนวน
๔๒ คน
|
|

พิฆาตป้อมบินยักษ์ B-29
(เรืออากาศเอก เทอดศักดิ์ วรทรัพย์)
|
วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๗
ในสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘)
ฝ่ายสัมพันธ์มิตรได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักแบบ B-29
จำนวน ๕๕ เครื่อง มาทิ้งระเบิดชุมทางบางซื่อ กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินขับไล่แบบ
๑๓
(ฮายาบูซา) จำนวน ๗ เครื่อง ขึ้นบินสกัดกั้น และ เรืออากาศเอก
เทอดศักดิ์ วรทรัพย์ สามารถยิงเครื่องบิน B-29 ตก ๑ เครื่อง
|
|

ยุทธการทางอากาศเหนือนครลำปาง
(เรืออากาศตรี คำรบ เปล่งขำ)
|
วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๗
ในสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘)
ข้าศึกได้ส่งเครื่องบินแบบพี-๕๑ มัสแตง ๙ เครื่อง และพี-๓๘ ไลท์นิ่ง
๗ เครื่อง รวม ๑๖ เครื่อง เข้าโจมตีนครลำปาง กองทัพอากาศ ส่งเครื่องบินขับไล่แบบ
๑๒ (โอตะ) จำนวน ๕ เครื่อง ขึ้นบินสกัดกั้นและต่อสู้อย่างกล้าหาญ
แต่ในที่สุดต้องสูญเสียเครื่องบินทั้ง ๕ เครื่อง นักบินเสียชีวิต
๑ คน และบาดเจ็บ ๔ คน ในขณะที่ยิงเครื่องบิน พี-๕๑ ตก ๑ เครื่อง
โดยเรืออากาศตรี คำรบ เปล่งขำ และ พี-๓๘ เครื่องหนึ่งเสียหายมาก
|
|

ฮ.๖ ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่
ดอยผาจิ จ.น่าน
|
วันที่ ๖
มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๖
ในกรณีปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่ดอยผาจิ
จังหวัดน่าน ได้เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
ทำให้มีทหารได้รังบาดเจ็บสาหัส กองทัพอากาศ จึงส่งเฮลิคอปเตอร์แบบ
๖ (ยูเอช-๑) จำนวน ๑ เครื่อง บินฝ่ากระสุนปืนจากฝ่ายตรงข้าม
เข้าไปรับผู้บาดเจ็บส่งไปโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
กลับไปด้านบน
|