กองทัพอากาศ ได้พิจารณาว่า องค์ผู้ริเริ่มกิจการบิน ซึ่งได้เริ่มและวางรากฐานกิจการบินของประเทศไทย
ให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบันที่สำคัญมีอยู่ ๔ พระองค์
ทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เรียงลำดับตามพระชันษา ก่อนหลัง ดังนี้
๑.จอมพล
พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช
กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช(ต้นราชสกุลจิรประวัติ)
ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๑๗ และองค์ใหญ่ของ เจ้าจอมมารดาทับทิม
ประสูติ
เมื่อ ๗ พ.ย.๒๔๑๙ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์แรก ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงส่งออกไปศึกษาวิชาการทหาร ณ ประเทศเดนมาร์ค เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา
เสด็จกลับมาเข้ารับราชการใน กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม เป็นเวลา
๑๕ ปี ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น
- ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ
- ปลัดทัพบก
- เสนาธิการทหารบก
- เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- ทรงเป็นจอมพลพระองค์แรกของ กองทัพบกสยาม
- ทรงได้รับขนานพระนามเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพบกไทย"
ขณะดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมได้ทรงปรึกษากับ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ เสนาธิการทหารบก ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทย
จะต้องมีเครื่องบินไว้ใช้ป้องกันประเทศ เหมือนอย่างอารยประเทศขณะนั้น
เช่น ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช สิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๕๖ รวมพระชนมายุได้
๓๗ ชันษา
๒.
จอมพลสมเด็จพระบรมวงค์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรควรพินิต (ต้นราชสกุลบริพัตร) ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่
๓๓ และองค์ที่ ๒ ในสมเด็จพระนางเจ้า สุขุมาล มารศรี พระอัคร-ราชเทวี
ประสูติเมื่อ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๒๔ เสด็จออกไปทรงฝึกศึกษาวิชาการทหาร
ณ ประเทศเยอรมันนี และเสด็จกลับมารับ ราชการในกองทัพบก ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญ
เช่น
- เสนาธิการทหารบก ครั้งที่ ๑
- ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
- เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
- เสนาธิการทหารบก สืบแทน เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ
- เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- ทรงได้รับการขนานพระนามเป็น "พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม"
ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก
มีการจัดหาเครื่องบินไว้ใช้ในราชการ เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอันมาก
ได้เปลี่ยนชื่อกรมอากาศยานทหารบก เป็นกรมอากาศยาน ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม
จัดให้มีการแสดงการบินมีการสร้างเครื่องบินขึ้นใช้เอง จัดตั้งกองบินต่าง
ๆ สร้างสนามบินในต่างจังหวัด มีการประลองยุทธใหญ่เปิดสายการบินไปรษณีย์ทางอากาศไปต่างจังหวัด
ทำการบินไปเจริญสัมพันธไมตรี อวดธงในต่างประเทศ เชิญชวนประชาชนที่มีความนิยมศรัทธา
บริจาคทรัพย์ซื้อเครื่องบินมาใช้ราชการได้เป็นจำนวนมาก
ทูลกระหม่อมบริพัตร เสด็จสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช
๒๔๘๗ รวมพระชนมายุได้ ๖๓ ชันษา
๓.
พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
(ต้นราชสกุล ฉัตรชัย) ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓๕ ในเจ้าจอมมารดาวาด
ประสูติเมื่อ วันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๒๔ เสด็จออกไปทรงศึกษา
วิชาทหารช่าง ณ ประเทศอังกฤษ เสด็จกลับมารับราชการในตำแหน่งที่สำคัญ
เช่น
- ผู้บัญชาการกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์
- จเรทหารช่าง
- จเรทหารบก
- ผู้บังคับบัญชากรมรถไฟหลวง
- เสนาบดีกระทรวงเศรษฐการ
ทรงได้รับการขนานพระนามเป็น
"พระบิดาแห่งการรถไฟไทย"
ขณะทรงดำรงตำแหน่ง จเรทหารช่างทรงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดส่ง
นายทหารสัญญาบัตร ๓ นาย ที่ได้รับคัดเลือกไปศึกษาวิชาการบิน ณ
ประเทศฝรั่งเศส เมื่อสำเร็จการศึกษา พร้อมกับกระทรวงกลาโหม ได้จัดซื้อเครื่องบิน
จำนวน ๘ เครื่อง มาใช้ราชการจึงได้จัดตั้งแผนกการบิน ขึ้นในกองทัพบก
เสนาบดีกระทรวงกลาโหมได้จัดให้แผนกการบิน อยู่ใน
บังคับบัญชาของจเรทหารช่าง ทรงกำกับดูแลการฝึกนักบินรุ่นใหม่ และฝึกทหารช่างในการซ่อมเครื่องบิน
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน
พุทธศักราช ๒๔๗๙ รวมพระชนมายุได้ ๕๕ ชันษา
๔.
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ
(ต้นราชสกุล จักรพงษ์)
ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๔๐ ในสมเด็จ พระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
ประสูติเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๒๕ เสด็จออกไปศึกษาวิชาการทหารที่ประเทศรุสเซีย
เสด็จกลับเข้ามารับราชการในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น
- ผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ
- ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก
- เสนาธิการทหารบก ครั้งแรก
- เจ้ากรมยุทธนาธิการ- รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- เสนาธิการทหารบก ครั้งที่ ๒
- ทรงดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาท แห่งราชบัลลังก์ ตั้งแต่ ๒๓ ก.ย.๒๔๕๓
ตราบจนกระทั่งเสด็จ ทิวงคต
- ทรงได้รับขนานพระนามเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย"
ขณะทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ได้ทรงริเริ่ม ให้ทำการคัดเลือก
นายทหาร สัญญาบัตร ๓ นาย ออกไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส
ตามที่ทรงได้รับข้อปรึกษาจาก กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดชและทรงกำกับดูแลกิจการบินในยุคแรกเริ่ม
กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสด็จทิวงคต เมื่อ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช
๒๔๖๓ มีพระชนม์มายุ ได้ ๓๘ ชันษา
กลับไปด้านบน