กองทัพอากาศได้พิจารณาแล้วเห็นควรจัดซื้อ โดยมีเหตุผลอยู่ 3 ประการ คือ.-
ข้อแรก ขณะนี้ ศักยภาพทางอากาศของประเทศไทย เป็นรองต่อศักยภาพทางอากาศ ของประเทศข้างเคียง ไม่ว่าเวียดนาม มาเลเซีย หรือพม่า
ข้อสอง ในอีก 4 ปี ข้างหน้า จำเป็นจะต้องปลดประจำการ เครื่องบินโจมตีขนาดเล็ก ซึ่งใช้มาเป็นเวลานาน และล้าสมัย อีกจำนวน 4 ฝูง
จำเป็นต้อ งเตรียมกำลังทดแทน ให้ทันต่อสถานการณ์ เพราะ การจัดหาเครื่องบินรบนั้น ต้องใช้ระยะเวลา 3 - 5 ปี จึงจะได้มา ไม่ใช่มีเงินแล้วก็ซื้อได้ทันที
ข้อสาม เครื่องบินรายนี้ มีสมรรถนะการบินมาตรฐานถึง 10,000 ชั่วโมงบิน แต่ได้ใช้มาเพียง 2,000 ชั่วโมงบิน เท่านั้น สามารถใช้ได้ต่อไปอีก 15 - 25 ปี
และราคาก็ถูกมาก เพราะถ้าเป็นเครื่องบินใหม่ จะมีราคาถึงเครื่องละ 23 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับเครื่องละ 874 ล้านบาท การที่เยอรมนี เสนอขายเพียง
เครื่องละ 1 ล้านบาท เป็นการเสนอขาย แบบให้เปล่า เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย ของเยอรมนี ที่กำหนดว่า ห้ามให้เปล่า อาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งค่าปรับปรุงยกระดับ
ในราคาเครื่องละ 49 ล้านบาท เพื่อให้พร้อมประจำการ และมีสมรรถนะสูงขึ้น ก็ถูกแสนถูก หากไม่ซื้อเครื่องบินรายนี้ ก็จะต้องซื้อเครื่องบินอื่นอยู่ดี และเครื่องบินแบบเดียวกัน
ก็จะมีราคาถึงเครื่องละ กว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ซึ่งประเทศไทยยามวิกฤตนี้ จะประสบปัญหา ในการจัดหาเงินมาจัดซื้อ
ข้อเสนอจัดซื้อ จึงเป็นไปเพื่อประหยัดเงินของประเทศไทย สำหรับอะไหล่ ของเครื่องบินดังกล่าว กระทรวงกลาโหมเยอรมนี จะเป็นผู้รับผิดชอบ จัดหาให้
ตลอดระยะเวลา 15 ปี แต่เพื่อป้องกัน มิให้กองทัพอากาศ ต้องจัดซื้ออะไหล่ ในราคาที่แพง จึงควรซื้อเครื่องบินชนิดนี้ มาสำรองไว้อีก 10 เครื่อง หากจำเป็นต้องใช้
เครื่องอะไหล่ก็อาจถอดเปลี่ยน เพื่อทดแทนได้ เพราะอุปกรณ์เพียงบางส่วน ของแต่ละเครื่อง ก็มีมูลค่ารวมกันกว่า 100 ล้านบาทแล้ว นอกจากนั้น ราคาในการจัดหาครั้งนี้
ยังรวมถึง ค่าฝึกสอน และค่าส่งมอบอีกด้วย ข้อเสนอของกองทัพอากาศ ดังกล่าวนี้ ได้รับความเห็นชอบ จากกระทรวงกลาโหม เมื่อต้นปี และกระทรวงกลาโหม
ได้จัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นหลายคณะ เพื่อดำเนินการ กระบวนการต่อรองราคา คณะกรรมการ ตรวจสอบสมรรถนะ ของเครื่องบิน และการซ่อมบำรุง หลังการจัดซื้อ
ผลการทำงาน ของคณะกรรมการ ของกระทรวงกลาโหม ทุกคณะ ปรากฎว่า เห็นสมควรจัดซื้อ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศ เนื่องจาก การจัดซื้อรายนี้
เป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ โดยกระทรวงกลาโหมเยอรมนี เป็นผู้ขาย และกองทัพอากาศไทย เป็นผู้ซื้อ จึงไม่มีทาง ที่จะเกิดการทุจริตขึ้นได้ และไม่มีค่าคอมมิชชั่นใด ๆ
ที่จะต้องจ่ายให้แก่กัน แต่กระนั้น ไอ้โม่งก็ยังสู้ทาสีเรื่องนี้ได้ ผู้คนทั้งปวง ก็ย่อมมองเห็นได้ว่า อะไรคือสีดำ ในขณะที่ กองทัพอากาศ ก็สามารถฟื้นฟูเกียรติภูมิ
ดำรงเกียรติศักดิ์ศรี แห่งสัญลักษณ์สีเทา ไว้ได้สืบไป
แต่ในขณะที่เรื่องกำลังเข้าสู่การพิจารณา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มีไอ้โม่ง เอาสีมาทา ให้กับกองทัพอากาศ ดังที่ได้กล่าวข้างต้น และเป็นการทาสีที่ได้ผล
เพราะในที่สุดแล้ว กองทัพอากาศ ก็ได้รับอนุมัติ ให้จัดซื้อเพียงครึ่งเดียว คือจำนวน 25 เครื่อง โดยจัดจำนวน 20 เครื่อง เข้าประจำการ 1 ฝูงบิน และที่เหลืออีก 5 เครื่อง
ใช้สำรอง ทันทีที่ข่าวนี้ปรากฎ เครื่องบินจำนวนที่เหลืออีก 25 เครื่อง ก็ถูกประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ ซื้อไป และประเทศไทย ก็สูญเสียโอกาส ที่ดีที่สุดนี้ไปด้วยเช่นเดียวกัน
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงว่า ในอนาคต ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ ก็จะได้พิจารณาสนับสนุนจัดหาให้ ซึ่งฟังแล้วก็ชื่นใจดี แต่คนที่นั่งอมยิ้มอยู่
ก็คือพ่อค้าขายอาวุธ ที่จ้องขายเครื่องบินโจมตีแบบอื่น ให้กับกองทัพอากาศอยู่ และในการจัดซื้อใหม่นั้น ก็อาจต้องจัดซื้อ ถึงราคาเครื่องละ 23 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ
คิดเพียงจำนวน 20 เครื่อง ก็จะเป็นเงินถึง 460 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ คิดเป็นเงินไทย ในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ก็ตกเป็นเงินถึง 17,480 ล้านบาท
|
|