การสร้างเงายักษ์ของทักษิณ จากบทความของ TIME
โดย พลอากาศโท วัชระ ฤทธาคนี
VACHARAR@RTAF.MI.TH
นำมาจากบทความในนิตยสารรายปักษ์
"ฅนมีสี" ฉบับ 16 ก.พ. 50
การทรยศไม่เคยสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรือง หรือจะมีเหตุผลอย่างอื่น เพราะถ้ามันสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองแล้วคงไม่มีใครเรียกมันว่าการทรยศ
TREASON DOTH NEVER PROSPER: WHATS REASON FOR IF IT PROSPER, NONE DARE CALL IT TREASON
เซอร์ จอห์น แฮริงตัน (SIR JOHN HARINGTON) 1561 1612
กวีและทหารอังกฤษลูกทูนหัวของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 จากบทกวีโครง 2 ของวรรณกรรมอังกฤษ( EPIGRAMS)
สาธารณชนไทยได้รับรู้และเป็นพยานถึงความดิ้นรนทั้งทางจิตใจและกายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ภาพลักษณ์อยู่ในย่านสีเทาเกือบดำ (GRAYISH AREA) เพราะการใช้อำนาจรัฐ โกงกินบ้านเมืองทั้งทางตรง คือโกงแบบหน้าด้านๆ ทางอ้อม คือ ใช้บ๋อยแบบสนุกเกอร์เป็นตัวแทนโกง ซึ่งกำลังรอสำนวนกล่าวโทษการทุจริตประพฤติมิชอบ ฉ้อราษฎร์บังหลวง นับได้ครึ่งร้อย รายการตามที่คตส.กำลังสอบสวนหรื่อตามหนังสือแมนนูการโกงที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอสังคม และถ้าแม้เพียงหนึ่งคดีตัดสินว่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำผิดจริง ภาพลักษณ์ ของเขา ก็จะเป็นสีดำทันที และเป็นบทเรียนใหม่สำหรับประวัติศาสตร์ไทยที่คนคนหนึ่งสร้างลัทธิประชานิยมเพื่อตัวเอง ครอบครัว ญาติ และพรรคพวก ในการโกงชาติด้วยกลโกงต่างๆ ผ่านระบอบ เผด็จการรัฐสภา
ความพยายามของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สำคัญในการแสวงอำนาจต่อเนื่อง ได้แก่ การใช้สื่อต่างประเทศเป็นกลไก ในการสร้างภาพ เงายักษ์ เหนือ คมช.และรัฐบาล ที่ปรากฏชัดเจน ในการให้สัมภาษณ์ ผ่าน CNN ที่สิงคโปร์ เพื่อให้สื่อ อย่าง FAREASTERN ECONOMIC REVIEW, STRAIGHT TIMES ของสิงคโปร์ MUJมีนักธุรกิจต่างชาติอ่านกันมากรวมทั้ง ECONOMICS แสวงประโยชน์ตลอดจนการให้สัมภาษณ์นิตยสาร TIME ที่โตเกียว และ TIME ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ได้นำภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงภาพหน้าปกโดยมีรายงานของ โรเบิร์ต ฮอร์น (ROBERT HORN) และ ฮันนาห์ บีช (HANNAH BEECH) บรรณาธิการข่าว ประจำเอเชียที่หน้าที่สัมภาษณ์
ในส่วนของรายงานโดยโรเบิร์ต ฮอร์น ที่เคยนำเสนอบทความ สดุดีเทอดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นหนึ่งใน 60 วีรบุรุษของเอเซียที่นิตยสารTIME ให้การยกย่อง โดยในตัวบทความ ไม่มีอะไรใหม่ และสำคัญ นอกจากการ แสดง พฤติกรรม อ้อน ของอดีตนายีกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาว แต่ในส่วนที่ฮันนาห์ บีช สัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 25 มกราคม ที่โตเกียวนั้น มีประเด็นที่คนไทยควรรู้ว่า ความจงรักภักดี ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้หมดสิ้นแล้ว จากคำถามแรก ของฮันนาห์ ที่อ้างว่าพรรค ไทยรักไทย นำโดยท่านเป็นหัวหน้าพรรคได้รับการนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก แต่ไม่เห็นประชาสังคม ออกมาโวยวาย ต่อต้านการรัฐประหาร ที่เกิดขึ้นเมื่อ 19 กันยายน ที่ผ่านมา คำตอบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เหมือนกับการรัฐประหารที่เกิดขึ้นก่อนหน้า 17 ครั้งมาแล้วก่อนหน้านี้ซึ่ง ในตอนต้น ประชาชนก็จะตกใจ แล้วก็เริ่มมีเสียงบ่นบ่งบอกถึงความกังวลใจในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็จะยอมรับสภาพนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงให้การสนับสนุน (ESPECIALLY AFTER ITS ENDORSED BY HIS MAJESTY THE KING ผู้เขียนไม่พึงปรารถนาจะแปล ENDORSE ในอีกหลายสำนวนภาษาอังกฤษ เพราะมีดีกรีที่เข้มข้นกว่านี้) เพราะคนไทยมีวินัย พวกเขาก็ เชื่อฟัง แต่พวกเขาเฝ้าดูว่าใครกำลังทำอะไรกันอยู่ และเมื่อไหร่พวกเขาจะได้ประชาธิปไตยคืนมา เพราะความอดทนของคนมีขีดจำกัด
จากความอหังการของ พ.ต.ท.ทักษิณ นี้แล้วหวังว่า คนไทยทั้งมวลคงจะรู้ซึ้งถึงการใช้สื่อต่างชาติวิจารณ์ในหลวงออกมาอย่างไร้สติ ขาดปัญญาความคิด ถึงพระราชหฤทัยที่แท้จริงของพระองค์และพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองพื้นฐานอยู่แล้ว โดยเป็นที่ประจักษ์ ของ ราชภักดีทั้งมวลว่า ในรอบ 2 ปีแห่งปรากฏการณ์สนธิต่อต้านระบอบทักษิณนั้น พระองค์ทรงห้วงใย ถึงความแตกสมานฉันท์ ของคนไทย ที่อุดมการความเป็นไทยกำลังจะถูกแบ่งแยกเพราะ อำนาจทุน แต่ การให้สัมภาษ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ มีความชัดเจน ว่าเป็นการดึงฟ้าต่ำ อย่างไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย และจุดยืนของ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ คนไทยทั้งชาติต้องมีวิจารณญานวิเคราะห์จิตสำนึกความเป็นไทย เป็นผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความไว้วางใจจากคนส่วนใหญ่ให้บริหารประเทศแต่กลับทรยศต่อสถาบันชาติ
แต่ด้วยความหัวแข็งดื้อรั้นมักใหญ่ใฝ่สูง โลภทั้งอำนาจและเงิน ทำให้ต้องสร้างยุทธศาสตร์เลียบเมือง ที่ฝรั่งเรียกว่า ON THE MOVE STRATEGY)เช่นในในยุคสามก๊กแค่เห็นแม่ทัพทหารปลายแถวก็อก สั่นขวัญแขวน หรือกศุโลบายของ อะแซหยุ่นกี้ ขอดูตัวเจ้าพระยาจักรี ก็สร้างความสับสนในกองทัพได้ แต่ อารมณ์อันแน่นิ่ง จึงสยบความอ่อนไหว ของทหารทั้งปวง ได้ไม่ให้ไม่ติด กับกลล่วงสงครามจิตวิทยา
ดังนั้น การขยายผลของทฤษฎีสงครามสารสนเทศ ทำให้มีการว่าจ้าง ลอบบี้ยิสต์ (LOBBYIST) ต่างชาติ มาจัดการวิเคราะห์ วิถีทางอำนาจและอนาคตของตัวเอง และพรรคพวก ญาติพี่น้อง เพราะในปัจจุบันมีนักวิชาการ ชื่อ กิล ริงแลนด์ (GILL RINGLAND) เขียนหนังสือสามเล่มที่เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์สมมติ (SCENARIO)ในด้านต่างๆเช่น SCENARIO PLANNING เพื่อการเผชิญ เหตุหรือผลลัพท์ที่คาดหวังในอนาคตบนพื้นฐานทฤษฎีที่ว่า ปัจจุบันสรรพสิ่งเป็นไปได้ตามต้องการซึ่งเมื่อก่อนเป็นไปไม่ได้ หรือสรรพสิ่ง เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน แต่จะเป็นไปได้ในอนาคต ซึ่งในทางทหารแล้วจะเรียนกันในโรงเรียนเสนาธิการที่เรียกว่า แผนทางทหาร ซึ่งแผนนั้น จะแปรสภาพเป็นคำสั่งการรบทันที่เมื่อยกเอาสมมติฐานออกไป เช่น ถ้าข้าศึกยกมาประชิด ชายแดนเกินกว่า 1 กองพลในระยะจากกรุงเทพ ฯ ต่ำกว่า 50 กิโลเมตร โดยมีแกนทิศทางของกองทัพมุ่งสู่กรุงเทพ ฯ ถือว่า เป็นการประกาศสงคราม กองทัพฝ่ายเราต้องตอบโต้ได้ทันที
ขณะนี้มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ว่าจ้างบริษัทลอบบี้ยิสต์ ชื่อ บาร์เบอร์
กริฟฟิน และโรเจอร์(BARBOUR GRIFFITH & ROGERS LLC) ทำหน้าที่เป็นลอบบี้ยิสต์ให้ตนโดยลงทะเบียนเป็นลูกค้าตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2006 ก่อนรัฐประหาร 12 วัน ที่พรรณาความต้องการของลูกค้าเชิงธุรกิจและกิจกรรมว่าต้องการส่งเสริมประชาธิปไตยในเอเชีย และเป้าหมาย เฉพาะของลูกค้า ที่ลอบบี้ยิสต์ต้องตอบสนอง ได้แก่การให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวอชิงตัน ดีซี และต่างประเทศ ซึ่งข้อมูล ทันสมัยค้นได้ใน U.S. LOBBY REGISTRATION & REPORTING DISCLOSURE PAGE ของ UNITED STATES SENATE QUERY RESULTS หรือ http://sopr.senate.gov/cgi-univ/m-opr-viewer.exe DoFn = 3&CLI THAKSIN SHINAWATRA
การว่าจ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือส่วนตัวนั้นเป็นความคลุมเครือ แต่ก่อนวันที่ 7 กันยายนนั้น ก็นับว่ายังอยู่ ในอำนาจ แต่ใช้อำนาจอะไรไปว่าจ้างบริษัทลอบบี้ทางการเมืองของต่างชาติมาวิเคราะห์ผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าเป็นภาคเอกชน ก็ไปอีก เรื่องหนึ่ง เช่น คุณพอลลีน กาญจนศักดิ์ที่จ่ายเงินให้บริษัทลอบบี้ยิสต์เพื่อเข้าถึงทำเนียบขาวในการทำธุรกิจในสหรัฐ ฯ ด้วยการบริจาค เงินหลายวาระเป็นเงิน 679,000 เหรียญสหรัฐ ฯ จนเป็นคดีอื้อฉาวในยุคประธานาธิบดีคลินตัน และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1997 ศาลสูงสหรัฐ ฯ พิพากษาให้พรรคเดโมแครตคืนเงินนี้กับคุณพอลลีน และคุณพอลลีนก็มีความผิดด้วยฐานใช้ช่องทางติดสินบนนักการเมืองสหรัฐ ฯ
การลอบบี้ คือ การประสานประโยชน์ของกลุ่มการเมือง กลุ่มธุรกิจ กลุ่มเอกชนอิสระ กลุ่มต่างชาติ กลุ่มศาสนา และกลุ่มสังคม มนุษยวิทยา เช่นชาวเกย์หรือเลสเบียนในการแสวงและรักษาผลประโยชน์ของ ตนหรือกลุ่ม หรือองค์กร หรือรัฐ หรือรัฐชาติ กับสมาชิก นิติบัญญติ ที่มีอำนาจออกกฎหมายให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์น้อยที่สุด แรกเริ่มเดิมทีนั้น เป็นกลุ่มนักการเมืองอังกฤษ ทั้งสภา สามัญกับสภาขุนนางที่ห้ามข้ามเขตกัน เพราะในอดีตยุคคลอมเวล (CROMWELL) มีการทะเลาะวิวาทกันจนเกิด เดอะ รอด (THE ROD) ถือไม้เรียวหวดนักการเมือง ที่ข้ามเขตแต่จะมีเขตกลางในห้องโถงของสภาที่ภาษาอังกฤษเรียก ลอบบี้ (LOBBY) จึงเกิดเป็นรากศัพท์ LOBBYIST หรือคนที่ใช้ห้องลอบบี้พูดแทนนักการเมืองต่างสภาจนทุกวันนี้
การเมืองสหรัฐ ฯ ก็นำระบบลอบบี้ยิสต์ของอังกฤษมาใช้ในการประสานประโยชน์ที่เกิดขึ้นในยุคของประธานาธิบดี แกรนท์ (GRANT) 1866 และ 1877 ที่หนีภรรยาซึ่งห้ามสูบบุหรี่ในทำเนียบขาวไปสูบที่ลอบบี้โรงแรมวิลลาร์ด (WILLARD) จนทำให้คนใกล้ชิดและผู้คนที่ต้องการคุยด้วยกับประธานาธิบดี
แกรนด์ พากันมาห้อมล้อมจึงเกิดธรรมเนียมลอบบี้แบบอเมริกันตั้งแต่นั้นมา
ปัญหาเกี่ยวกับการลอบบี้ที่ขาดจรรยาบรรณหรือไร้จริยธรรมชัดเจน เกิดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2005 เมื่อมีรายงาน เรื่อง เส้นทางจากรัฐสภาสู่ถนนเค ( THE JOURNEY FROM CONGRESS TO K STREET) พบว่า นักลอบบี้ที่ต้อง ลงทะเบียน ตามกฎหมาย LOBBYING DISCLOSURE ACT AND THE FOREIGN AGENTS REGISTRATION ACT ตั้งแต่ 1998 มีอดีตวุฒิสมาชิกกว่าร้อยละ 48 ลงทะเบียนเป็นลอบบี้ยิสต์ เพราะได้เงินค่าจ้างมากกว่าเงินเดือนวุฒิสมาชิก เนื่องจากบริษัท ที่ตัวเอง สังกัดได้รับการว่าจ้างให้สภาออกกฎหมายหรือสร้างอิทธิพลเหนือกลุ่มผลประโยชน์ที่อยู่ตรงข้ามซึ่ง อาจจะมีการจ่ายเงินใต้โต้ะ จึงต้องมีการ มีการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการลอบบี้ ปี 1995 เพื่อลดการให้เงินใต้โต๊ะกับลอบบี้ยิสต์ ในการสร้างอิทธิพล หรือให้ได้รับประโยชน์ โดยตรง โดยเฉพาะ องค์กรต่างชาติทั้งภารรัฐและเอกชนที่มักจะใช้สภาสหรัฐฯ ในการแสวงประโยชน์ หรือใช้อำนาจทำลาย ฝ่ายตรงข้ามด้วยสัญญา ที่จะตอบแทนเช่นให้สัมปทานต่างๆ
บริษัทบาร์เบอร์ กริฟฟิธ และโรเจอร์สากล มีพันธกิจหนึ่งคือ การช่วยวางแผนการรณรงค์ทางการเมือง และการสื่อสารมวลชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ การสร้างข่าวสาร การวิจัยโพล การโฆษณา และการวิเคราะห์ผลของนโยบายต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในอนาคต
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า สถานการณ์สมมติที่บริษัทนี้วิเคราะห์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณคงมีความรุนแรงและคาดหวังให้มีการเปลี่ยนแปลง ในประเทศอย่างแน่นอน เพราะนักการเมืองอเมริกันยุคปัจจุบันมีอายุวัฒนธรรมความคิดทางสังคมโลกเพียง 221 ปีเท่านั้น ไม่สนใจว่า อะไรเกิดขึ้นในซีกโลกอื่น ใครจะพินาศฉิบหายอย่างไรก็ไม่สนใจเช่น สถานการณ์ในอิรักจะรุนแรงอย่างไรก็ไม่ใช่ธุระ เพียงแต่ความอยู่รอด ร่ำรวยของตัวเองเท่านั้นและพ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นเพียงนักการเมืองเล็กๆไม่ได้มีความสำคัญในสังคมโลกแต่มีเงินจ้าง LOBBYIST แต่สำหรับเราเขากำลังเป็น CROMWELL กลับชาติมาเกิด |