๒๗ มีนาคม วันที่ระลึกกองทัพอากาศ

            กองทัพอากาศกําหนดจัดงานเนื่องใน “วันที่ระลึกกองทัพอากาศ” ในวันพุธที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ โดยมี พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานฯ ดังนี้

             เวลา ๐๘๐๐ พิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์บุพการีทหารอากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

             เวลา ๐๘๓๐ พธิีวางพานพุ่มถวายสักการะและพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์อดีตผู้บังคับบัญชา

             เวลา ๐๙๐๐ พิธีวางพานพุ่มถวายสักการะและพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ จอมพล สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ดวงวิญญาณบุพการีทหารอากาศ อดีตผู้บังคับบัญชาของ กองทัพอากาศ และวีรชนทหารอากาศ ณ พระอนุสาวรีย์จอมพล สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ

             เวลา ๐๙๓๐ พิธีบรรจุอัฐิการจารึกชื่อ และการวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ทหารอากาศ

             เวลา ๑๐๐๐ พิธีบําเพ็ญกุศล และพิธีรับมอบพระบรมสารีริกธาตุ พระบรมรัตนธาตุและพระอรหันตธาตุ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

             เวลา ๑๓๐๐ พิธีมอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นและผลงานบทความทางวิชาการ รางวัลการเขียนเอกสารวิจัย ดีเด่น รางวัลนิรภัยและรางวัลบุคคลดีเด่นของกองทัพอากาศ ประจําปี ๒๕๖๑ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ

   การแต่งกาย    นายทหารสัญญาบัตรชาย                    : เครื่องแบบปกติเทาคอพับ แขนยาวอินทรธนูแข็ง

                        นายทหารสัญญาบัตรหญิง                    : เครื่องแบบปกติคอพับ แขนยาวอินทรธนูแข็ง

                        นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศชาย    : เครื่องแบบปกติเทาคอพับ แขนยาวอินทรธนูแข็ง

                        นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศหญิง   : เครื่องแบบปกติคอพับ แขนยาวอินทรธนูแข็ง

                        นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศชาย         : เครื่องแบบปกติเทาคอพับ แขนยาว

                        นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศหญิง        : เครื่องแบบปกติคอพับ แขนยาว

                        ลูกจ้างและพนักงานราชการชาย              : เครื่องแบบเสื้อปกติเทาคอพับ แขนยาว
                        ลูกจ้างและพนักงานราชการหญิง             : เครื่องแบบเสื้อปกติคอพับ แขนยาว
 

 

               พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ถือเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ทรงเป็น "ผู้พระราชธานกำเนิดการบินของไทย" โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๓ ในรัชสมัยของพระองค์ บริษัทการบินแห่งตะวันออกไกล ได้นำ นายชาร์ ว็อง แด็ง บอร์น นักบินชาวเบลเยี่ยม และเครื่องบินแบบอ็องรี ฟาร์ม็อง ๔ ชื่อ "แวนด้า" มาแสดงการบินให้ชาวสยามชมเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ ๓๑ มกราคม ถึงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๓ ที่สนามราชกรีฑาสโมสร หรือสนามม้าสระปทุม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก จึงเพิ่มการแสดงการบินอีก ๑ วัน ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๓

               พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายในการทำนุบำรุงกิจการทหารอย่างจริงจัง และด้วยความริเริ่มของ นายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสนาธิการทหารบกและจอทพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเด็ช เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้เสด็จดูกิจการทหารของยุโรปในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๔๕๔ และได้เห็นความก้าวหน้าด้านการบินในประเทศฝรั่งเศส ดังนั้นทั้ง ๓ พระองค์ จึงทรงตระหนักถึงความจำเป็นที่ประเทศยามต้องมีเครื่องบินไว้เพื่อป้องกันประเทศ

              ทั้งนี้ นายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ นับว่าทรงเป็นผู้วางรากฐานกิจการกองทัพอากาศในปัจจุบัน ด้วยทรงตระหนักถึงแสนยานุภาพทางการบิน ดังมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

             "กำลังในทางอากาศเป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียวที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้ ทั้งเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปกติ"

               กองทัพอากาศ จึงได้ยกย่องพระอง์เป็น "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ"

                ในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๔๕๔ กระทรวงกลาโหม ได้ส่ง นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป) นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) และนายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส ต่อมานายทหารทั้ง ๓ ท่าน ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ เป็น พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และนาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต ตามลำดับ

                และกองทัพอากาศได้ยกย่องให้เป็น "บุพการีทหารอากาศ" 

                ระหว่างที่นายทหารทั้ง ๓ ท่าน ศึกษาวิชาการบินอยู่นั้น กระทรวงกลาโหมได้สั่งซื้อเครื่องบินจากประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๗ เครื่อง คือ เครื่องบินนิเออปอรต์ปีกชั้นเดียว ๔ เครื่อง เครื่องบินเบรเกต์ปีก ๒ ชั้น ๓ เครื่อง และเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) บริจาคเงินซื้อเครื่องบินเบรเกต์ปีก ๒ ชั้น ให้อีก ๑ เครื่อง รวมเป็น ๘ เครื่อง นับเป็นเครื่องบิน ๒ แบบแรกของประเทศไทย

                เมื่อนายทหารทั้ง ๓ ท่าน สำเร็จการศึกษามาแล้ว กระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งให้ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของจเรทหารช่าง เมื่อเครื่องบินที่สั่งซื้อไว้เดินทางมาถึงในเดือนธันวาคม ๒๔๕๖ ก็ได้จัดสร้างโรงเก็บเครื่องบินชั่วคราวขึ้นที่บรเวณหลังโรงเรียนพลตระเวน ณ ตำบลปทุมวัน

                 ต่อมาในวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๔๕๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บเครื่องบิน จากนั้นได้ทอดพระเนตรการแสดงการบิน ซึ่งนายทหารทั้ง ๓ ท่าน ได้บินถวายตัว และโปรยกระดาษถวายพระพรชัยมงคล การแสดงการบินของนักบินทั้งสามในวันนั้น เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก เมื่อเสร็จสิ้นการบินแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาแก่ นายพันโทหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ และทางราชการได้ถือเอาวันนี้เป็น "วันการบินแห่งชาติ"

                  วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๔๕๗ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บเครื่องบินที่ตำบลปทุมวันอีก ในคราวนั้นได้ทรงตรวจพลเครื่องบิน ณ สนามราชกรีฑาสโมสร และในโอกาศนั้น เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ได้นำเครื่องบินเบรเกต์ปีก ๒ ชั้น ที่บริจาคเงินซื้อในชุดแรกน้อมเกล้าฯ ถวาย และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องบินดังกล่าวให้ไว้ใช้ในราชการกองทัพบกต่อไป

                  กระทรวงกลาโหมเริ่มโครงการย้าย "สนามบิน" จากสนามราชกรีฑาสโมสร ตำบลปทุมวัน ซึ่งเป็นที่ลุ่มและคับแคบ มายังที่ตำบลดอนเมือง เสร็จสิ้นในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๔๕๗ และมีคำสั่งให้ตั้งเป็น "กองบินทหารบก" เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๗ ซึ่งกองทัพอากาศถือเอาวันนี้เป็น "วันที่ระลึกกองทัพอากาศ"


ดำเนินการโดย คณะเจ้าหน้าที่ทำงานเว็บไซต์กองทัพอากาศ กองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2559 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
RTAF Home  | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย | นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | การปฏิเสธความรับผิด |
[ RTAF Call Center: 0-2534-6000 ]
           Web Stats Web Stats RSS RTAF mail