กองทัพอากาศ ประกอบพิธีเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันทิวงคต จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ”
2021/06/11
พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธี เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันทิวงคต จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมี นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และนายกสมาคมสโมสรลูกเสืออากาศ ร่วมในพิธี เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔
ในวาระอันสำคัญยิ่งนี้ กองทัพอากาศจึงได้จัดพิธีฯ ประกอบด้วย
- พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ ฯ ณ พระอนุสาวรีย์ ฯ
- พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ฯ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ
พระประวัติ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๔๐ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และลำดับที่ ๔ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๒๖ (๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ในขณะนั้น) เมื่อมีพระชนมายุได้ ๑๔ พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ จากนั้นทรงเข้าศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก Corps de Pages ประเทศรัสเซีย พระองค์ทรงสอบไล่ได้ที่หนึ่ง และทรงทำคะแนนได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของโรงเรียน
เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ได้เสด็จกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้งในปี พุทธศักราช ๒๔๔๖ พร้อมกันนั้นพระองค์ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นนายร้อยเอก และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้เสด็จกลับเพื่อการศึกษาชั้นสูงต่อไป โดยเข้าประจำโรงเรียนนายทหารฝ่ายเสนาธิการเป็นเวลา ๒ ปี ปรากฏว่าพระองค์ฯ ทรงสอบได้เป็นที่ ๑ อีกครั้ง และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ ทรงพอพระทัยยิ่ง ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็น นายพันเอกพิเศษในกองทัพบกรัสเซียและเป็นนายทหารพิเศษในกรมทหารม้าฮุสซาร์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ อีกทั้งยังพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เซนต์อันเดรย์ ชั้นสายสะพาย ซึ่งเป็นตราสูงสุดของประเทศรัสเซียสมัยนั้น
รวมทั้งตราเซนต์วลาดิเมียร์อีกด้วย
ด้วยพระปรีชาและความโดดเด่นด้านการทหารของพระองค์นั้น เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ยศนายพันเอก และได้ทรงเริ่มจัดการงานต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเดียวกับอารยประเทศ ทั้งยังทรงจัดระเบียบการศึกษาด้านการทหาร อาทิ ทรงจัดระเบียบแบบแผนโรงเรียนนายร้อยขึ้นใหม่ โดยให้มีนักเรียนนายร้อยชั้นปฐม และนักเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ทรงวางแนวทางหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการและการคัดเลือกนายทหารที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมเข้ารับการศึกษา ถือได้ว่าพระองค์เป็นผู้นำความก้าวหน้ามาสู่กิจการทหารก็ว่าได้
ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ทรงเห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องจัดหาอากาศยานไว้ป้องกันประเทศ จึงทรงดำริจัดตั้งกิจการการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก ทรงจัดให้มีการคัดเลือกนายทหาร ๓ นาย ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส คือ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป) นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) และ นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัศ จากนั้นกระทรวงกลาโหมได้สั่งซื้อเครื่องบินจากประเทศฝรั่งเศสมาด้วย จำนวน ๘ เครื่อง จัดตั้งเป็นแผนกการบินที่สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าสระปทุม)
ต่อมา ทรงย้ายที่ตั้งแผนกการบินมาที่อำเภอดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๗ และทรงยกฐานะแผนกการบิน เป็นกองบินทหารบก ในวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๗ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๑ พระองค์ทรงทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการบิน ทั้งในกิจการทหารและกิจการพลเรือน ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๒ จึงมีการทดลองการคมนาคมทางอากาศเป็นครั้งแรก โดยนำเครื่องบินสปัด ๒ เครื่อง บรรทุกถุงไปรษณีย์ เครื่องละ ๑ ถุง จากดอนเมืองไปส่งที่จังหวัดจันทบุรี ผลของการบินเดินทางไปครั้งนั้น นับว่าได้ผลสำเร็จดีทุกประการ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ
ได้แสดงความชื่นชมและทรงเห็นว่า สมควรจัดการบินไปสู่จังหวัดอื่น ๆ อีก เพื่อให้ข้าราชการ พ่อค้า คหบดีตามจังหวัดต่าง ๆ ได้ดูและช่วยอุดหนุนทางด้านการบิน พร้อมได้กล่าวข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“...กำลังในอากาศเป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว ที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้ ทั้งยังเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปกติ...”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสด็จทิวงคตด้วยพระปับผาสะเป็นพิษ (เป็นโรคปอดบวม) เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๖๓ สิริพระชนมายุได้ ๓๗ พรรษา ๓ เดือน ๑๐ วัน
นับว่าพระองค์ทรงวางรากฐานแนวทางเสริมสร้างกำลังทางอากาศของประเทศไทยอย่างจริงจัง จนกระทั่งได้มาเป็นกองทัพอากาศในปัจจุบัน กองทัพอากาศจึงได้เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านให้เป็น “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ”2021.6.11_๒๑๐๖๑๑_20.jpg
2021.6.11_๒๑๐๖๑๑_21.jpg
2021.6.11_๒๑๐๖๑๑_22.jpg 
2021.6.11_๒๑๐๖๑๑_18.jpg
2021.6.11_๒๑๐๖๑๑_27.jpg
2021.6.11_๒๑๐๖๑๑.jpg2021_0.6.11_๒๑๐๖๑๑.jpg

Facebook

ดำเนินการโดย คณะเจ้าหน้าที่ทำงานเว็บไซต์กองทัพอากาศ กองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2559 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
RTAF Home   | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย | นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | การปฏิเสธความรับผิด |
[ RTAF Call Center: 0-2534-6000 ]
Web Stats Web Stats RSS RTAF mail